“มะยงชิด” ผลไม้หน้าร้อน ประโยชน์เหลือล้น

เกมส์คาสิโน

ในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ หากใครมีโอกาสได้ออกไปเดินจับจ่ายใช้สอยในตลาด เชื่อได้เลยว่า คงจะเห็นเจ้าลูกสีส้มอมเหลือง กลมๆ ลูกโตเท่าไข่ไก่ มองดูเผินๆ ก็คล้ายๆ มะปรางแต่ไม่ใช่ เป็นผลไม้ขึ้นชื่อเมืองนครนายก อย่าง “มะยงชิด” นั่นเอง รสหวานอมเปรี้ยว ไม่ว่าจะกินสดๆ ก็อร่อย หรือ จะนำไปทำเป็นขนมหวาน ก็ทำได้หลากหลายเมนู หอมหวานชื่นใจไปอีกแบบนะ เกมส์คาสิโน

หลายคนคงอาจจะสงสัยว่า มะยงชิดและมะปรางต่างกันอย่างไร หากมองด้วยตาเปล่าแทบจะไม่เห็นความแตกต่าง เพราะเป็นพืชในกลุ่มเดียวกัน และยังเป็นผลไม้หน้าร้อนที่ได้รับความนิยมมากๆ ทั้งคู่ แต่ความแตกต่างจะดูได้ที่ขนาดเป็นหลัก จะพบว่าส่วนใหญ่ มะปรางจะลูกเล็กกว่านั่นเอง อีกทั้งสังเกตได้จากสีหลังจากที่ผลสุกเต็มที่ หากเป็นมะปรางหวานสีจะออกเหลืองนวลมากกว่า ส่วนมะยงชิดที่ออกสีเหลืองอมส้ม และที่สำคัญผลไม้ชนิดนี้ ยังมีสรรพคุณมากมาย นอกจากความหวานที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้อีกด้วย ว่าแต่จะมีอะไรบ้าง เราตามมาดูไปพร้อมกันเลย!

 

เกมส์คาสิโน

 

  1. ป้องกันเลือดออกตามไรฟันได้

เพราะภายในผลไม้ชนิดนี้ มีวิตามินซีอยู่มาก และเจ้าวิตามินซีนี่แหละ ที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันการเกิดเลือดออกตามไรฟัน อีกทั้งวิตามินซี ก็ยังมีส่วนช่วยบำรุงระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้เราไม่เจ็บป่วยง่าย โดยเฉพาะโรคหวัดต่างๆ นั่นเอง

  1. ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ

ขอบอกเลยว่า เจ้าผลไม้ชนิดนี้ในปริมาณ 100 กรัม หรือราวๆ 3-4 ผล มีเจ้าเบต้าแคโรทีนอยู่มากถึง 207 ไมโครกรัม ซึ่งเบต้าแคโรทีนนี้ ก็จัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มแคโรทีนอยด์ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดที่ได้จากผัก-ผลไม้ที่มีสีส้ม สีเหลืองนั่นเอง ทำให้เจ้าผลไม้ชนิดนี้ จึงมีสรรพคุณต้านอนุมูลอิสระในตัวเอง อีกทั้งเบต้าแคโรทีนที่อยู่ในผลของมัน ก็ยังมีส่วนช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงอีกด้วย

  1. สามารถช่วยบำรุงสายตา

เบต้าแคโรทีน ถือเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ กล่าวง่ายๆ คือ เมื่อร่างกายไของเราด้รับเบต้าแคโรทีนเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนเบต้าเคโรทีนเป็นวิตามินเอให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายนั่นเอง และสรรพคุณของวิตามินเอก็เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า มีคุณสมบัติช่วยบำรุงสายตา ดังนั้นเจ้าผลไม้ชนิดนี้ จึงมีสารตั้งต้นของวิตามินเออยู่จำนวนไม่น้อย จึงมีสรรพคุณช่วยบำรุงสายตานั่นเอง

  1. บำรุงการไหลเวียนของเลือด

ผลไม้ชนิดนี้ มีองค์ประกอบของน้ำในปริมาณที่สูง ซึ่งช่วยเพิ่มน้ำในร่างกายของคุณได้ ส่งผลให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

  1. ช่วยลดความเสี่ยงโรคกระดูกได้

สรรพคุณด้านนี้ คงต้องยกผลประโยชน์ให้แคลเซียม และฟอสฟอรัสในผลไม้ชนิดนี้เลยจริงๆ เพราะทั้งแคลเซียมและฟอสฟอรัส เป็นสารอาหารที่มีความสำคัญต่อกระดูกมากๆ ซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง พร้อมกันนั้นก็ช่วยลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน และโรคกระดูกเสื่อมได้อีกด้วย

  1. ช่วยเติมความสดชื่นให้ร่างกาย

เนื่องด้วยผลไม้ชนิดนี้ เป็นผลไม้ที่มีเนื้อเยอะ ฉ่ำน้ำ มีรสหวานอมเปรี้ยวนิดๆ ทำให้กินแล้วช่วยเติมความสดชื่นให้ร่างกายได้อย่างทันที ยิ่งนำมาทำเป็นเมนูของหวานแล้ว ก็จะยิ่งช่วยคลายร้อนได้เป็นอย่างดี

  1. ป้องกันโรคหัวใจ

จากการศึกษาพบว่า เส้นใยในผลไม้ชนิดนี้ สามารถช่วยต่อสู้กับโรคหัวใจ อีกทั้งยังช่วยป้องกันโรคดังกล่าวได้ถึง 40% เลยทีเดียว เรียกได้ว่า รสชาติอร่อย แถมยังมีประโยชน์ดี๊ดี แบบนี้ไงที่ใครๆ ถึงเรียกหา

  1. สมองปลอดโปร่ง

รู้หรือไม่ว่า สมองของคนเรานั้น มีส่วนประกอบของน้ำถึง 70% เลยนะ นั่นจึงไม่แปลกที่สมองจะต้องการน้ำในปริมาณที่เพียงพอ เพื่อเสริมระบบการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ดังนั้น ผลไม้ชนิดนี้ จึงเป็นผลไม้ที่มีน้ำมาก เมื่อรับประทานแล้วจึงช่วยทำให้สมองของคุณปลอดโปร่ง โล่งสบายนั่นไง

  1. ป้องกันโรคมะเร็งทางเดินอาหาร

ไฟเบอร์ในผลไม้ชนิดนี้ นอกจากช่วยเสริมระบบทางเดินอาหารให้ทำงานได้ดีขึ้นแล้ว ก็ยังช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้อย่างรวดเร็วด้วย ส่งผลให้ไม่มีอาหารตกค้างในลำไส้ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งในทางเดินอาหารนั่นเอง โดยผลการศึกษาพบว่า การบริโภคไฟเบอร์ 26 กรัมต่อวัน จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็ง และผลไม้ชนิดนี้ก็ช่วยลดโอกาสเกิดมะเร็งในลำไส้ได้

ถึงแม้ว่า ผลไม้ชนิดนี้ จะมีประโยชน์มากมายขนาดนี้ แต่การรับประทานสำหรับผู้ป่วยบางโรค ก็ควรจำกัดปริมาณให้ดี เช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรรับประทานผลไม้ชนิดนี้ในปริมาณที่จำกัด เพราะผลไม้ชนิดนี้ มีทั้งน้ำตาลฟรุกโทส, กลูโคส และซูโครส ซึ่งน้ำตาลกลูโคส และซูโครสนั้น ไม่ค่อยเป็นมิตรกับผู้ป่วยโรคเบาหวานเท่าไรนัก ดังนั้นก็ควรรับประทานแต่พอดี ไม่เช่นนั้นจากประโยชน์หลากหลายเหล่านี้ จะกลายเป็นโทษในพริบตาได้นะ

 

สรุป

เพราะประโยชน์นานาชนิด ที่ทำให้ทั้งไกลโรคร้าย แถมอร่อยสามารถทำได้หลากหลายเมนูทั้งไทยเทศ และยังเป็นเหมือนยาอายุวัฒนะ ที่ช่วยให้ร่างกายกลับคืนความอ่อนเยาว์ ชะลอความแก่อย่างครอบคลุมทั้งข้างนอกและข้างในนั้นเอง จึงไม่แปลกว่า ผลไม้ชนิดนี้ จะได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่ง มะยงชิด ยังมีชื่อเรียกตามแต่รสชาติด้วย โดยถ้ามีรสหวานมากกว่าเปรี้ยว จะเรียกว่า มะยงชิด แต่หากมีรสชาติเปรี้ยวมากกว่าหวาน จะเรียกว่า มะยงห่าง ซึ่งในส่วนของรสชาตินั้น ก็จะเป็นไปตามความแตกต่างของแต่ละสายพันธุ์ ส่วนแหล่งปลูกในบ้านเรา จะมีอยู่ที่ นครนายก สุโขทัย ปราจีนบุรี เพชรบูรณ์ และกำแพงเพชร นั่นเอง